Self Defense| ไอคิโด | ศิลปะป้องกันตัว | ป้องกันตัวด้วยมือเปล่า | วิธีป้องกันตัวสำหรับผู้หญิง | อุปกรณ์ป้องกันตัว | ป้องกันตัวจากมีด | ป้องกันตัวจากปืน | สอนป้องกันตัว | โทร. 08-6573-0044
 
:: หน้าหลัก ::
-เรียนสร้างเวบไซต์
-เรียนป้องกันตัว
::Member Login::
สมักครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
call center,ติดต่อทีมงานสอนป้องกันตัว นักสู้ดอทคอม โทร.02-733-0832 , 086-573-0044 (มือถือ)
จองเวลาเรียนป้องกันตัว
เรียนสร้างเวบไซต์ พร้อมวิธีโปรโมทด้วยSEO,Youtube,Social Network
รับสมัครสุภาพสตรี ที่สนใจ ศิลปะป้องกันตัว เข้าร่วมทีมงาน
โอกาสเรียนป้องกันตัว..ฟรี..สำหรับผู้มีของดี
 
Bookmark and Share
 

 

ทีมงานนักสู้ดอทคอม | รูปแบบการเรียน | วิธีป้องกันตัว | มาตรฐานการฝึก | หลักสูตรป้องกันตัว | วิชาป้องกันตัวที่เกี่ยวข้อง | สัมภาษณ์สื่อ
วิธีป้องกันตัว การป้องกันตัว
(รูปแบบการเรียน-การสอนป้องกันตัว )

ไอคิโด,ฮัพคิโด,ยูโด,ยูยิตสุ,กังฟู,คาราเต้,เทควันโด,มวยไทย,มวยไชยา ,มวยโบราณ ,MMA หรืออื่นๆ

หลายๆ ท่านคงรู้จักวิชาป้องกันตัวข้างต้นนี้ หรือกำลังสงสัยอยู่ว่า วิชาที่ ทีมงานฯใช้สอนป้องกันตัวนั้นคือ วิชาอะไร... ความจริงสิ่งที่เราสอนนั้นไม่ใช่ สิ่งใหม่แต่อย่างใด บางอย่าง ท่านก็รู้จักอยู่แล้ว

เพราะชื่อที่เอ่ยมาดังกล่าวนี้ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของศิลปะป้องกันตัว แต่การป้องกันตัวในชีวิตจริงนั้น ถามว่า ..จำเป็นต้องใช้วิชา หรือทักษะใด ทักษะหนึ่งหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ใช่
และใครคือเหยื่อ หรือกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงมากที่สุด ตำรวจ ทหาร คนตัวโต ร่างใหญ่ หรือผู้หญิงที่เก่ง ได้เหรียญทอง โอลิมปิก รึเปล่า คำตอบคือ ไม่ใช่ เพราะกีฬาป้องกันตัว กับการทะเลาะวิวาท หรือการป้องกันตัวในชีวิตจริงนั้น ต่างกันโดยสิ้นเชิง

แล้วเหยื่อ ตัวจริงคือใคร ถ้าไม่ใช่ ผู้หญิง คนตัวเล็ก เด็ก คนที่ไม่แข็งแรง หรืออาจเป็นสาวออฟฟิศ หนุ่มทำงาน หุ่นตุ้ยนุ้ย หรืออาหมวยที่ต้องเฝ้าดูแลกิจการ ของครอบครัว ยิ่งโดยเฉพาะ ภัยผู้หญิง เกิดขึ้นทุกวันเพียงแต่จะเป็นข่าวใหญ่ ก็ต่อเมื่อเหตุนั้นเกิดขึ้นกับคนดัง หรือสถานที่สำคัญเท่านั้น...จึง...
...เห็นได้ชัดว่า คนเหล่านี้มีสิทธิ์ป้องกันตัวเองแต่ไม่มีทักษะป้องกันตัวอะไรเลย นอกจาก...(ให้คิดเองในใจ^_^) แต่ถ้าให้วิ่งหนี ผมคิดว่า วิ่ง 10 ม. หรือเดินขึ้นตึก 3 ชั้นก็หอบแล้ว จริงมั้ย และถ้าจะให้สู้กับคนที่แข็งแรงกว่า หรือแม้จะใช้ หรือมีอาวุธ ถามว่า เค้าสามารถปกป้องอาวุธเหล่านั้น ได้รึเปล่าก่อนที่จะเริ่มใช้มัน นี่คือสิ่งสำคัญ

และสำหรับหลักการณ์ที่ผมจะเอ่ยถึงนี้ ...

เป็นการนำจุดเด่น ศาสตร์ และศิลป์ของวิชาป้องกันตัวหลายแขนง มารวมกัน และได้ผูกเชื่อมด้วยหลักการเดียวกันนั่นคือ หลักความต่อเนื่อง หรือความกลมกลืนซึ่งเป็นการเคลื่อนไหว ในลักษณะเป็นเส้นโค้ง เพื่อลดแรงปะทะ จึงทำให้ผู้ที่ร่างกายผอมบาง แรงน้อย ตัวเล็ก เด็ก หรือผู้หญิง สามารถฝึก และเข้าใจการใช้แรง หรือความแข็งแรงจากฝ่ายตรงข้าม ให้เป็นประโยชน์กับตัวเองได้ (ยิ่งแรง ก็ยิ่งดีกับผู้รับ)

และสิ่งที่ผมพูดถึงก็คือ การป้องกันตัว ที่พร้อมจะกลมกลืนกับทุกสถานะการณ์ โดยนำวิชาป้องกันตัวที่หลากหลายมาใช้เพื่อการเอาตัวรอดในชีวิตจริง ไม่ใช่เพื่อการแข่งขัน

โดยแยกรูปแบบการฝึก ได้ดังนี้

-ฝึกใช้มือ-แขน ได้แก่ การหมุนมือในลักษณะเส้นโค้ง เพื่อปัดป้องแทนการจับตะครุบ หรือปัดในแนวเส้นตรง เพื่อประสิทธิภาพในการจับ บิด ล็อค การทุบ หรือการชก ตามแบบเส้นโค้ง และเพื่อลดการกระแทก

-ฝึกใช้ขา-เท้า ได้แก่ การหมุนตัวเพื่อการหลบหลีก (ลดระยะทางหรือพื้นที่ และลดแรงปะทะ) การเตะ ถีบ และการล็อค ในท่านั่ง ท่านอน หรือการทุ่ม ในลักษะณะที่ต่อเนื่อง ตามหลักเส้นโค้ง

-ฝึกจับ บิด ล็อค ได้แก่ การฝึกล็อคท่าหลัก 4ท่า ก่อนนำไปประยุกต์ สู่การล็อคทั้งตัว เพื่อประโยชน์ ต่อการควบคุมฝ่ายตรงข้าม ที่ตัวโต มีจำนวน หรือแรงมากกว่า เป็นต้น

-ฝึกล้ม ในลักษณะต่างๆ ได้แก่การฝึกล้มในท่า สำคัญๆ (อาจแตกต่างกันไปบ้างตามวัย และสรีระ) เช่น การม้วนหน้า ม้วนหลัง การล้มบนพื้นผิวต่างๆ และรวมถึงการฝึกล้มในท่าพิเศษ สำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ร่างกายไม่แข็งแรง (ปัจจุบัน นักเรียนของเราอายุมากสุด 73 ปี)

จากรูปแบบการฝึกดังกล่าวสิ่งนี้จึงถูกเรียกขานว่า "WON HWA DO" เป็นการผสมผสานศาสตร์และศิลปะการต่อสู้หลายแขนง มีการเคลื่อนไหวที่กลมกลืน ซึ่งถือกำเนิดใน ประเทศเกาหลี โดยท่านปรมาจารย์ "HAN BONG GI" ท่านได้คิดค้นศาสตร์นี้ ขณะเป็นพระนักบวช ในระหว่างท่าน ธุดงภ์...

 

 

กลับด้านบน :--->    
   
วิธีป้องกันตัว    

สำหรับลักษณะการป้องกันตัวนั้น โดยผลลัพธุ์แล้วอาจไม่แตกต่างจากการป้องกันตัวโดยวิธีอื่นๆ ที่ท่านอาจรู้อยู่แล้ว แต่....สิ่งที่เราสอนให้แตกต่างนั่นคือ วิธีการป้องกันตัว เนื่องจาก เราจะคำนึง กลุ่มคนที่เรียกว่า เหยื่อตัวจริง ได้แก่ ผู้หญิง-คนตัวเล็ก-เด็ก และผู้สูงอายุ (หรือพูดง่ายๆ คือ เราจะคำนึงถึงผู้ที่มีความสามารถในการปกป้องตัวเองได้น้อยที่สุด ก่อนนั่นเอง)

เพราะคนกลุ่มนี้เมื่อมองในแง่ของการป้องกันตัวเองแล้ว มักสู้ใครๆ แทบไม่ได้เลย โดยเฉพาะด้านกำลัง และมักโดนรังแก อยู่เสมอ

ดังนั้น เพื่อลดช่องโหว่ดังกล่าว การสอนของเรานั้น แ่ตกต่างกับที่อื่น ค่อนข้างมากครับ โดยเฉพาะเรื่องการปัดป้อง อย่างกลมกลืน และไม่เน้นการใช้กำลังปะทะ แต่สามารถ คือหยุดการคุกคาม จากอีกฝ่ายโดยสิ้นเชิง ....(สังเกตุได้จาก วีดีโอการสอนของเรา) ที่จะเน้น เรื่องการหมุนมือ-หมุนตัว-การจับบิดล็อค (จำเป็นมากสำหรับมือใหม่)...

ซึ่งสำหรับผู้ที่เคยเรียนไอคิโด หรือ ฮัพคิโด หรือกังฟู ยูโด ยูยิตสุ จึงคุ้นเคยกับการเคลื่อนที่แบบอ่อนนุ่ม พร้อมการจับ บิด ล็อค หรือการป้องกันตัวจากอาวุธ มีด ไม้ ปืน เป็นต้น แต่สำหรับการสอนของทีมงานนักสู้ดอทคอมนั้น จะย้ำกับผู้เรียนเสมอว่า "เมื่อเรายังสู้ไม่เก่ง เราต้องหนีให้เก่ง เพื่อลดหนักให้เป็นเบาก่อน" (หนี ในที่นี้ไม่ใช่การวิ่งหนี แต่เป็นการเอาตัวรอด รูปแบบต่างๆ)แต่จะทำอย่างไรหละ นี่คือประเด็น

ดังนั้น สำหรับการฝึกสอนของเรา จึงแบ่งผู้เรียนออกเป็น 2กลุ่ม คือ

1.ผู้เรียนป้องกันตัว กรณีมือใหม่(จะเน้นการฝึกพื้นฐาน เพื่อความเข้าใจ และเทคนิคป้องกันตัวที่ไม่ยากจนเกินไป)

2.ผู้เรียนป้องกันตัว กรณีมือเก่า(จะเน้นการฝึกทักษะเฉพาะด้าน เป็นสำคัญ และพื้นฐานบางส่วนที่ต้องปรับปรุง) เนื่องจากบางท่านเคยฝึก รูปแบบที่เน้นการใช้กำลังของตัวเองเป็นหลัก เราจะปรับให้รู้จักใช้กำลัง หรือแรงจากฝ่ายตรงข้ามมากขึ้น เพื่อลดการปะทะ เป็นต้น

โดยในเบื้องต้น ผู้ฝึกจะได้เรียนหลักสำคัญ 4ประการ
สำหรับการป้องกันตัวโดยใช้แรงกำลังจากฝ่ายตรงข้ามนั้น ได้แก่

1.หลักการปัดป้อง (ได้แก่การหมุนมือ ในลักษณะต่างๆ)

2.หลักการหลบหลีก (ได้แก่การหมุนตัว หรือการเคลื่อนที่ เป็นเส้นโค้ง)

3.หลักการควบคุมฝ่ายตรงข้าม (ได้แก่การจับ บิด ล็อค และการทุ่ม ในรูปแบบต่างๆ)

4.หลักการ Safety ทั้งเพื่อลดหนักให้เป็นเบา หรือเปลี่ยนสถานะการณ์ จากฝ่ายเสียเปรียบเป็นได้เปรียบ (ได้แก่การล้ม ในลักษณะต่างๆ)

*สำหรับผู้สนใจ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการสอน ท่านสามารถชมตัวอย่างและบรรยากาศ ระหว่างฝึกซ้อม ป้องกันตัวเกี่ยวกับ การเตะชกต่อย ,ทุบ, การจับบิดล็อค และการป้องกันตัวจากอาวุธ รวมถึงการปลดอาวุธ ในรูปแบบต่างๆ ....(ได้จาก วีดีโอการสอนของเรา) และแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่เราได้จัดเตรียมไว้ให้แล้ว(ด้านล่าง)....

 

 

ผู้เรียนป้องกันตัวมือใหม่(ฝึกจับบิดล็อค)
Credit by WonHwaDo Korea
กลับด้านบน :--->    
   
   
มาตรฐานการฝึกป้องกันตัว    

การฝึกศิลปะป้องกันตัวนั้น เป็นสิ่งที่มีมนเสน่ห์ หากไม่เคยสัมผัส จะไม่มีวันรู้ว่าน่าหลงไหล อัศจรรย์เพียงใด ดังที่ผมไดสัมผัสมาแล้วกว่า 20ปี กับการเปลี่ยนแปลงไปในสิ่งที่ดี โดยผ่านการฝึกวิชาการต่อสู้ป้องกันตัว เช่น ในแง่ของการพัฒนาบุคลิก,สุขภาพกายและ ใจเข้มแข็งขึ้น,รู้จักยั้งคิด มีสติมากขึ้น และที่สำคัญ การฝึกฝนนั้น จะรู้จัก คำว่า การเป็นผู้ให้ และผู้รับที่ดี ซึ่งสิ่งนี้ คือการสร้างบุคลิกผู้นำที่ดีด้วย นั่นเอง(ปัจจุบันทั้งผู้สอน & ผู้เรียนศิลปะป้องกันตัวมักละเลยปรัชญา หรือหลักการป้องกันตัว เพราะมัวคิดแต่เรื่องเงิน นี่คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้เรียนวิชาป้องกันตัว มีนิสัยก้าวร้าว)... ส่วนทักษะด้านการต่อสู้ป้องกันตัวนั้น ท่านได้แน่นอนอยู่แล้ว ...

หลายๆท่าน ยังไม่รู้จักด้วยซ้ำไป ว่า "อะไรคือการป้องกันตัว อะไรคือกีฬาป้องกันตัว" เพราะเงินตัวเดียว ที่ทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า "วิชาที่ตนฝึกอยู่นั้น สุดยอดที่สุดแล้ว ซึ่งในความเป็นจริงนั้น เป็นไปไม่ได้" เนื่องจากมีหลายปัจจัยเกี่ยวกับการเอาตัวรอด และเป็นคนละปัจจัยกับการชนะ ในการแข่งขัน(กีฬา เป็นสิ่งทีดี และเหมาะต่อการทดสอบในบางเรื่อง แต่ เป็นคนละเรื่องกับการป้องกันตัวในชีวิตจริง)

ผู้ฝึกฝนควรศึกษาให้รู้ว่ามาตรฐานการป้องกันตัว ระหว่างผู้ฝึกใหม่ และผู้ที่ฝึกฝนมานานอย่างสม่ำเสมอนั้น แตกต่างกันอย่างไร

ประเด็นนี้หลายท่านมักมองข้าม อีกเช่นกัน โดยมักวางเป้าหมายระยะแรกสูงเกินไป (ความใฝ่ฝันเป็นสิ่งที่ดี แต่ความจริงนั้นดีกว่ามากครับ)

ดังนั้นการสอนของทีมงานนักสู้ดอทคอม จึงวางมาตรฐานผู้เรียน และการสอนที่แตกต่างตามความเหมาะสม เช่น

-แยกมาตรฐาน หรือผลลัพธ์ ด้านทักษะป้องกันตัวระหว่างมือใหม่ กับมือเก่า

-แยกหลักสูตร หรือรูปแบบการสอน ระหว่างมือใหม่ กับมือเก่า อย่างชัดเจนเพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่า

-แยกวัน เวลา (การป้องกันตัว เป็นสิทธิ์ของทุกคน เวลาก็เช่นกัน) ดังนั้นเราจึงใ้ห้ท่าน กำหนดมาเอง เมื่อท่านพร้อม โดยอยู่ในเวลาที่เหมาะสม และไม่ทับซ้อนกับผู้เรียนท่านอื่นๆ

ปัจจุบันเราเดินทางไปสอนทั่วประเทศ เพราะการสอนของเรามีทั้งใน และนอกศูนย์ฝึก(บ้านผู้เรียนเอง) (สังเกตุได้จาก วีดีโอการสอนของเรา)

 

 

การฝึกฝนของมือใหม่
การฝึกล็อค ของผู้ที่มีความชำนาญแล้ว
(Credit by RYAN GRACIE - RENZO GRACIE)
กลับด้านบน :--->    
   
   
หลักสูตรการสอนป้องกันตัว    

การจัดหลักสูตรก็เป็น อีกหนึ่งปัจจัยซึ่ง ทีมงานนักสู้ดอทคอม ให้ความสำคัญ เพราะการได้เรียนในหลักสูตร และวันเวลาที่เหมาะสม นั้นมีส่วนช่วยให้ทั้งการเรียนและการสอน มีประสิทธิภาพมาก ....ยิ่งหากเป็นการเรียนแบบตัว ต่อตัว จะทำให้ผู้เรียนเข้าใจได้เร็วขึ้น อีกด้วย

ส่วนการสอนนั้นจะเน้นการฝึก เพื่อป้องกันตัวในชีวิตจริง เป็นหลัก ดังนั้นผู้เข้ารับการอบรม จะได้เรียนทั้งการป้องกันตัวจากอาวุธ การป้องกันตัวด้วยมือเปล่า หรือกรณี การรุมทำร้าย และกรณีอื่นๆ อีกมาก(สังเกตุได้จาก วีดีโอการสอนของเรา) ...สำหรับรายละเอียด รวมถึงการจองเวลาเรียน กรุณาคลิกหลักสูตรที่สนใจได้เลย รับจำนวนจำกัด*จองก่อนได้สิทธิ์ก่อน

หลักสูตรการสอนป้องกันตัว มีดังต่อไปนี้

1.หลักสูตรทดลองเรียนป้องกันตัว (กรณีผู้เรียนเป็นเด็ก หรือยังไม่มั่นใจในตัวเองและผู้สอน...*มีค่าใช้จ่าย)

2.หลักสูตรป้องกันตัว สำหรับมือใหม่ (มีให้เลือกทั้งแบบเรียนรวม และPrivate Training สอนทั้งใน & นอกศูนย์ฝึก)

3.หลักสูตรเรียนประจำแบบรายเดือน (ต้องมาเรียนที่ศูนย์ฝึก ณ บางกะปิเท่านั้น)

4.กิจกรรมกิน-นอน@โรงฝึก Self defense Training level1-3 (กรณีมีเวลาว่างน้อย เช่น วันหยุดสำคัญ หรือเสาร์-อาทิตย์ อบรม 2วัน เหมาะสำหรับผู้ที่อยู่ต่างจังหวัด)

5.กิจกรรม กิน-นอน@โรงฝึก ออนทัวร์ (กรณีมีเวลาว่างน้อย เช่น วันหยุดสำคัญ หรือเสาร์-อาทิตย์ อบรม 2-3วัน และมีการพาไปเที่ยว เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบท่องเที่ยว)*รับ 3 ท่านขึ้นไป ตรวจสอบได้จากกิจกรรมวันหยุดครับ

6.หลักสูตรป้องกันตัวสำหรับ รปภ. (เหมาะกับองค์กร ที่ทำงานด้านการรักษาความปลอดภัย ซึ่งควรมีทักษะการป้องกันตัวด้วยมือเปล่าควบคู่ไปด้วย)

7.หลักสูตรป้องกันตัวสำหรับตำรวจ -ทหาร (กรณีเป็นงานด้านการอารักขา บุคคลสำคัญ หรือเ้น้นการป้องกันตัว จากอาวุธ, การควบคุม หรือการเข้าตรวจค้น จับกุม เน้นความปลอดภัยเป็นสำคัญ)

 

 

ควบคุมฝ่ายตรงข้ามด้วยการจับบิดล็อค
บรรยากาศการอบรมให้กับองค์กร
กลับด้านบน :--->    
   
   
วิชาป้องกันตัวที่เกี่ยวข้อง    

ถ้าขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ศึกษาศาสตร์และศิลป์ การต่อสู้ป้องกันตัว ไม่ว่าจะเพื่อป้องกันตัว หรือเพราะหลงไหลในมนเสน่ห์ของมัน แน่นอนครับว่า วิชาป้องกันตัวแขนงใด แขนงหนึ่งคงไม่พอ เพราะการป้องกันตัวนั้นประกอบด้วยหลายปัจจัย ซึ่งบางคนอาจหลงไหลกับความท้าทายในรูปแบบการแข่งขันกีฬาป้องกันตัว เช่น เทควันโด,คาราเต้,กังฟู, ยูโด หรือมวยสากล

แต่บางท่านอาจ มีความสนใจที่มากกว่า คำว่ากีฬา ซึ่งอาจมองในแง่ของศิลปะ หรือความท้าทาย ความดุดันของการต่อสู้ และท่าทาง ซึ่งกำลังเบ่งบานในหมู่นักสู้ ก็ได้แก่ MMA, ยูยิตสุ, มวยไชยา หรือบางท่านก็สนใจด้านการฝึกอาวุธ เช่น ฝึกมีดสั้น ,ฝึกยิงปืน (กรณีนี้ต้องฝึกคู่การควบคุม ปกป้องอาวุธ เหล่านั้นด้วย มิฉะนั้น มันจะเป็นโทษ มากกว่าคุณ)

ดังนั้น เพื่อให้นักเรียนของเราเข้าใจโลกของการต่อสู้ป้องกันตัวในชีวิตจริงมากขึ้น ทีมงานนักสู้ดอทคอม จึงส่งเสริมให้ท่านศึกษาหลายๆด้าน นอกจากเรียน และชมวีดีโอการเรียน การสอนจากเรา เพียงด้านเดียว

แต่การศึกษานั้น ควรมีความเกี่ยวพันกับความรู้เดิม เพื่อเป็นการต่อยอดทางความคิด และทักษะ หาใช่การเริ่มต้นใหม่...

ชื่อวิชาป้องกันตัว
ความเกี่ยวข้อง
WONHWADO / วันฮวาโด ทีมงานนักสู้ดอทคอม เติบโตมาจากศาสตร์แขนงนี้
AIKIDO / ไอคิโด การเคลื่อนไหวเน้นความอ่อนนุ่ม ลดการปะทะ
HAPKIDO / ฮัพกิโด การเคลื่อนไหวเน้นความอ่อนนุ่ม ลดการปะทะ แต่เพิ่มความดุดัน
SYMTEMA / ซิสเทม่า การเคลื่อนไหวเป็นเส้นโค้ง เน้นความรวดเร็ว โจมตีโดยอาศัยข้อบกพร่องของการทรงตัว
TAEKWONDO เน้นการฝึกใช้ขา อย่างคล่องแคล่ว
JUDO ศึกษาหลักการทุ่มที่ดี
JUJITSU (Brazilian Jujitsu)/ ยูยิตสุ ศึกษาหลักการล็อคที่ดี มีความลื่นไหล
MUAYTHAI /มวยไทยโบราณ ศึกษาการฝึกฝนส่วนต่างๆ ของร่างกายให้เป็นอาวุธ
KUNGFU,Tai Chi Chuan,WING CHUN ศึกษาความพริ้วไหว และความหลากหลาย
SILAT / ปันจะสิลัต ศึกษาหลักการผสมผสานระหว่างกังฟูและศาสตร์แขนงอื่น
Knife Fighting /การต่อสู้ด้วยมีด ศึกษาหลักการใช้อาวุธในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะมีดสั้น
Sticks Swords / ไม้ มีด หรืออาวุธยาว การที่จะใช้อาวุธประเภทนี้ให้คล่องแคล่ว ล้วนเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่เป็นเส้นโค้งเสมอ
   
การศึกษาศาสตร์หลายๆแขนง ก็เพื่อการเปิดทัศนะคติที่กว้างขึ้น และเพื่อพิจารณาว่าเหตุใด เค้าจึงทำเช่นนั้น และทำได้อย่างไร รวมถึงทำแบบนั้นเพื่ออะไร

 

 

ควบคุมฝ่ายตรงข้ามด้วยการจับบิดล็อค
บรรยากาศการอบรมให้กับองค์กร
ผู้หญิง ควรรู้วิธีใช้ความแข็งแกร่งจากผู้ชาย
กลับด้านบน :--->    
   
   
สัมภาษณ์สื่อมวลชน    

จากการดำเนินงาน รวมทั้งแนวคิดของเรามีสื่อมวลชนหลากหลายรูปแบบให้ความสนใจ ทั้งในรูปแบบของสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ซึ่งในเบื้องต้นนี้ ขอกล่าวถึงเพียงบางส่วน เท่านั้น

ได้แก่ ...

-ให้สัมภาษณ์ กับหนังสือพิมพ์ BANGKOK POST

-ให้สัมภาษณ์ กับรายการ FIGHT CLUB (ออกอากาศทาง Truevision, UBC)

-ให้สัมภาษณ์ กับหนังสือเนชั่นสุดสัปดาห์ (ฉบับที่826, 827)

-ให้สัมภาษณ์ กับรายการ SPORT EXITE

 

 

 

จากหนังสือพิมพ์ BANGKOK POST
จากหนังสือพิมพ์ BANGKOK POST
รายการไฟท์ คลับ
จากรายการ FIGHT CLUB
กลับด้านบน :--->